บทความ

 

การที่ CME จะ List Bitcoin Futures Contract จะมีผลดีหรือร้าย?

ในมุมหนึ่ง หลายคนมองว่า เป็นสิ่งดีที่จะเปิดโอกาสให้คนมาลงทุนใน Cryptocurre

ncy มากขึ้น หลายคนมองว่านี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นอีก

แต่ในทางกลับกัน 
ลองดูอีกมุมมองบ้างละกันนะครับ

1. การลงทุนเก็งกำไรกับการเข้ามาใช้ประโยชน์เป็นคนละเรื่องกัน more speculation = more volatility
2. ส่วนตัวผมยังมองว่าเป็นการพยายามอีกเฮือกหนึ่ง ของกลุ่มธนาคารใหญ่ที่จะควบคุมราคาของ Bitcoin

ถ้าเราพิจารณาราคา Bitcoin เทียบกับ USD เราจะเห็นว่า USD เสื่อม

ค่าไปกว่า 99% ในเวลาไม่กี่ปี

สิ่งนี้ทำให้ Feds และ ธนาคารทั้งหลาย เห็นถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น

เมื่อประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการเหล่านี้ได้ อาจส่งผลกระทบต่อ US Dollars อย่างรุนแรง

สิ่งที่ทำได้ก็มุขเดิมๆ เช่นเดียว

กับการที่ FEDs ทำ QE พิมพ์เงินมหาศาลเพื่อนำมาสำรองหนี้หน่วยลงทุนของธนาคา

รที่ ‘ too big too fail ‘ จนมูลค่าของ USD ต่อทอง depreciate ลงไปมาก ในปี 2011 และเพื่อป้องกันไ่ให้ราคาทองคำสามารถแตะ $2000 ได้จึงเข้าแทรกแซงผ่านการใช้กลุ่มธนาคารใหญ่เข้า Short Sell Gold Futures ในรูปแบบ Naked Short เพื่อกดราคาทองคำ และนำสัญญา Futures รคาต่ำมาแลกทองคำจริงเพื่อนำไปขายที่ LBMA เพื่อกดราคา ทองคำแท่งต่อ

การแทรกแซงราคานี้ดำเนมาตลอดถึงปัจ

จุบัณ และกำลังกลายเป็นกับดักทางการเงิน เมื่อ US มี paper gold สูงกว่าทองคำจริงถึงกว่า 93:1

อย่างไรก็ตาม กรณีทองเป็นกรณีศึกษาให้เห็นถึงการควบคุมราคาผ่าน Futures C

ontract ที่ไม่ require delivery (จึงสามารถเปิด Naked Shorts ได้) ถึงแม้ว่าดูเหมือนว่าจะเป็นวิธีที่ไม่ยั่งยืน และเมื่อ US หมดกำลังที่จะควบคุมราคาทองคำ ราคาก็จะระเบิดเหมือนหม้อแรงดันสูงเป็นแน่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่จะสามารถเข้ามาควบคุมราคา Bitcoin ผ่าน Futures Contract นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเราพิจารณา Market Cap ของ Bitcoin ที่ เล็กกว่าทองคำหลายเท่า

จึงเป็นอีก Development ที่น่าจับตามอง อาจส่งผลใหญ่ถึงขนาดที่เราจะได้เห็น Correction ครั้งใหญ่ได้ในอนาคตอันใกล้นี้

Piriya Sambandaraksa
15 Nov 2017

 

 

ตามติด BCH hard fork (upgrade)

การ Upgrade ระบบของ Bitcoin Cash จะทำการเปลี่ยน Difficulty Adjustment Algorithm
จากเดิมที่ใช้เหมือนกับ Bitcoin คือ ปรับทุก 2016 Block ซึ่งทำให้เกิดปัญหา Hash pump กันมาตลอด คือ เมื่อค่า Diff ต่ำ คนก็แห่กันไปขุด พอค่า Diff สูงก็เลิกขุด ทำให้การปรับค่า Diff ลงมาต่ำทำได้ช้า
Developer เลยต้องแทรกแซงโดยการทำ Emergency Difficulty Readjustment ลดค่า Diff ลงเมื่อ Block ใช้เวลานานเกินไป

(อย่างที่บอกใน clip ก่อนหน้าครับ BCH มีบริษัทควบคุม อยากทำอะไรแบบนี้ก็ทำได้ ไม่กระจายศูนย์)

แต่วิธีนั้นก็ไม่ยังยืน จนต้องแก้ไข Difficulty Adjustment Algorithm ใหม่หมด จนต้อง Hardfork ในลักษณะของ Total Network Upgrade (เช่นกันครับ การที่ทำได้แสดงถึงการรวมศูนย์อำนาจการควบคุม)

โดยจะปรับไปใช้การคำนวณค่า Difficulty ด้วย Moving Average แบบ Block ต่อ Block แทน ไม่ต้องรอ 2016 Blocks และมีการกำหนด Floor และ Ceiling ไปที่ 0.5x และ 2x ตามลำดับ

สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เมื่อกำลังขุดลดลง ค่า Difficulty ก็จากสามารถลดตามลงมาได้อย่างรวดเร็ว ทำให้คนกลับมาขุดกันได้เร็วขึ้น
แต่ในขณะเดียวกันก็จะทำให้เมื่อกำลังขุดสูงขึ้น Difficulty ก็จะเพิ่มขึ้นได้เร็วขึ้นเช่นกัน ก็อาจทำให้คนไม่ ‘แห่’ กันไปขุดเหมือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้การ upgrade นี้ ก็มีความน่าสนใจและน่าจับตามอง ว่า Miner จะ react อย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นในระยะยาวครับ
เพราะถ้า Miner จะต้อง Switch ไปมาทุกๆไม่กี่ block จะมีใครทำมั๊ย หรือจะทำให้ Hashrate นิ่งขึ้นก็เป็นได้

อีก 3 ชม. เดี๋ยวพรุ่งนี้สายๆผมมา Live recap กันอีกทีทาง Youtube นะครับ ใน channel CDC Chaloke Dot Com

https://www.youtube.com/channel/UCxx6Lgcyxs01U1U1p4so8Ng

https://cash.coin.dance/

Piriya Sambandaraksa
13 Nov 2017