幸福如意

bownoiii|Monday, January 23, 2012
  • Share to Facebook
  • Email Link
  • Print Page

 

บทความวันนี้มาจากพี่หมออ้อย หมอสาวประจำชมรม ส่งบทความมีหัวข้อเรื่องมาเป็นอักษรจีน นอกจากจะเป็นหมอน่ารักมีความรู้เรื่องการลงทุนแล้ว ยังรู้ภาษาจีนอีกด้วย 

ซิ่งฝูหรูอี้ ขออวยพรให้สมาชิก CDC ทุกคนมีความสุขสมดังความปรารถนาในปีมังกรทองปีนี้นะคะ

การจัดการอบรม Golden Path to Riches ได้จบเรียบร้อยแล้วเมื่อ ๒๒ มค ๒๕๕๕ มีควันหลงมากมายเกี่ยวกับการจัดการอบรมครั้งนี้เนื่องจากค่าอบรมแพงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน หลายคนมีคำถามว่าชมรมได้เปลี่ยนจุดยืนไปแล้วหรือ เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ คณะทำงานจึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้เป็นที่เข้าใจผิด

การจัดอบรมครั้งนี้จัดโดยมูลนิธิโฉลกดอมคอม ซึ่งเพิ่งก่อตั้งเมื่อปีที่แล้วโดยมีภารกิจที่ชัดเจนคือช่วยสร้างสถานปฏิบัติธรรมเพื่อสมาชิกชมรมจะได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมและเรียนรู้ธรรมะจากคุณลุง 

ชมรมเราเป็นชมรมที่มิได้สอนแต่Technical Analysis แต่เพียงอย่างเดียว แต่คุณลุงได้นำธรรมะมาประกอบการเรียนการสอนทุกครั้ง เพื่อให้การลงทุนของเราไม่ได้เป็นการพนัน แต่เป็นการประกอบสัมมาอาชีพ เพียงพอ และพอเพียงต่อการดำรงชีวิต

เนื่องจากการสร้างสถานปฏิบัติธรรมนี้ต้องอาศัยปัจจัยในการสร้างและมูลนิธิไม่ต้องการเรี่ยรายหรือขอบริจาคเบียนเบียนสมาชิกทั้งหลาย มูลนิธิจึงจัดการอบรมเพื่อเป็นการหาปัจจัยอย่างสุจริตจากการทำงานของมูลนิธิซึ่งมีคุณลุงเป็นประธาน และการจัดอบรมหากจะมีต่อไปในนามมูลนิธิก็เพื่อสร้างอาคารบริวารให้เสร็จสมบูรณ์เท่านั้น จะมิได้เป็นการสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้แก่มูลนิธิแต่อย่างใด

การจัดอบรมครั้งนั้ผู้เข้าร่วมอบรมและทีมงานทุกท่าน ถือเป็นผู้มีส่วนในการทำบุญในส่วนที่เรียกว่า "ทานมัย" ในการช่วยบำรุงพระศาสนาด้วย บุญส่วนนี้เป็นหนึ่งในบุญกริยาวัตถุ ๑๐

"บุญ" หรือ "ปุญญ" แปลว่า ชำระ หมายถึงการทำให้หมดจด ปราศจากกิเลส ซึ่งแปลว่ามลทิน เครื่องเศร้าหมอง อันได้แก่ ความโลภ (โลภะ) ความโกรธ (โทสะ) และ ความหลง (โมหะ) เราสามารถ สร้าง บุญ ได้ ๑๐ ทาง ซึ่งเรียกว่า บุญกริยาวัตถุ ๑๐ เพื่อกำจัดกิเลส คือเครื่องเศร้าหมอง ได้แก่

๑. การทำทาน ทานมัย

การ ทำทาน ได้แก่การสละทรัพย์สิ่งของสมบัติของตนที่มีอยู่ให้แก่ผู้อื่น โดยมุ่งหวังจะจุนเจือให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์และความสุขด้วยความเมตตาจิต ของตน 

ทานที่ได้ทำไปนั้นจะทำให้ผู้ทำทานได้บุญมากหรือน้อยเพียงใด ย่อมสุดแล้วแต่องค์ประกอบ ๓ ประการ ถ้าประกอบหรือถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบ ๓ ประการต่อไปนี้แล้ว ทานนั้นย่อมมีผลมาก ได้บุญบารมีมาก กล่าวคือ

 

 

 "วัตถุทานที่ให้ต้องบริสุทธิ์"

วัตถุทานที่ให้ ได้แก่สิ่งของทรัพย์สมบัติที่ตนได้สละให้เป็นทานนั้นเอง จะต้องเป็นของที่บริสุทธิ์ ที่จะเป็นของบริสุทธิ์ได้จะต้องเป็นสิ่งของที่ตนได้แสวงหาได้มาด้วยความบริสุทธิ์ในการประกอบอาชีพ ไม่ใช่ของที่ได้มาเพราะการเบียดเบียนผู้อื่น เช่น ได้มาโดยทุจริต ลักทรัพย์ ยักยอก ฉ้อโกง ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ฯลฯ วัตถุ ทานที่บริสุทธิ์เพราะการแสวงหาได้มาโดยชอบธรรมดังกล่าว ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นของดีหรือเลย ไม่จำกัดว่าเป็นของมากหรือน้อย น้อยค่าหรือมีค่ามาก จะเป็นของดี เลว ประณีต มากหรือน้อยไม่สำคัญ ความสำคัญขึ้นอยู่กับเจตนาในการให้ทานนั้น ตามกำลังทรัพย์และกำลังศรัทธาที่ตนมีอยู่

 "เจตนาในการให้ทานต้องบริสุทธิ์"

การให้ทานนั้น โดยจุดมุ่งหมายที่แท้จริงก็เพื่อเป็นการขจัดความโลภ ความตระหนี่เหนียวแน่น ความหวงแหน หลงใหลในทรัพย์สมบัติของตน อันเป็นกิเลสหยาบ คือ "โลภกิเลส" และ เพื่อเป็นการสงเคราะห์ผู้อื่นให้ได้รับความสุขด้วยเมตตาธรรมของตน อันเป็นบันไดก้าวแรกในการเจริญเมตตาพรหมวิหารธรรมในพรหมวิหาร ๔ ให้เกิด ขึ้น ถ้าได้ให้ทานด้วยเจตนาดังกล่าวแล้ว เรียกว่าเจตนาในการทำทานบริสุทธิ์ แต่เจตนาที่ว่าบริสุทธิ์นั้น ถ้าจะบริสุทธิ์จริงจะต้องสมบูรณ์พร้อมกัน ๓ ระยะ คือ
     (๑) ระยะก่อนที่จะให้ทาน ก่อนที่จะให้ทานก็มีจิตโสมนัส ร่าเริงเบิกบานยินดีที่จะให้ทาน เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นให้ได้รับความสุขเพราะทรัพย์สิ่งของของตน
     (๒) ระยะที่กำลังลงมือให้ทาน ระยะที่กำลังลงมือทำทานอยู่นั้นเอง ก็ทำด้วยจิตโสมนัสร่าเริงยินดีและเบิกบานในทานที่ตนกำลังให้ผู้อื่น
     (๓) ระยะหลังจากที่ได้ให้ทานไปแล้ว ครั้นเมื่อได้ให้ทานไปแล้วเสร็จ หลังจากนั้นก็ดี นานมาก็ดี เมื่อหวนคิดถึงทานที่ตนได้กระทำไปแล้วครั้งใดก็มีจิตโสมนัสร่าเริงเบิกบาน ยินดีในทานนั้นๆ 

 "เนื้อนาบุญต้องบริสุทธิ์"

คำ ว่า "เนื้อนาบุญ" ใน ที่นี้ได้แก่บุคคลผู้รับการทำทานของผู้ทำทานนั้นเอง นับว่าเป็นองค์ประกอบข้อที่สำคัญที่สุด แม้ว่าองค์ประกอบในการทำทานข้อ ๑ และ ๒ จะงามบริสุทธิ์ครบถ้วนดีแล้ว กล่าวคือวัตถุที่ทำทานนั้นเป็นของที่แสวงหาได้มาด้วยความบริสุทธิ์ เจตนาในการทำทานก็งามบริสุทธิ์พร้อมทั้งสามระยะ แต่ตัวผู้รับการทำทานเป็นคนที่ไม่ดี ไม่ใช่ผู้ที่เป็นเนื้อนาบุญที่บริสุทธิ์ เป็นเนื้อนาบุญที่เลว ทานที่ทำไปนั้นก็ไม่ผลิดอกออกผล เปรียบเหมือนกับการหว่านเมล็ดข้าวเปลือกลงในพื้นนา ๑ กำมือ แม้เมล็ดข้าวนั้นจะเป็นพันธุ์ดีที่พร้อมจะงอกงาม (วัตถุทานบริสุทธิ์) และผู้หว่านคือเกษตรกรที่มีเจตนาจะหว่านเพื่อทำนาให้เกิดผลิตผลเป็นอาชีพ (เจตนาบริสุทธิ์) แต่หากที่นานั้นเป็นที่ที่ไม่สม่ำเสมอกัน เมล็ดข้าวที่หว่านลงไปก็งอกเงยไม่เสมอกัน โดยเมล็ดที่ไปตกในที่เป็นดินดี ปุ๋ยดี มีน้ำอุดมดีก็จะงอกเงยมีผลิตผลที่สมบูรณ์ ส่วนเมล็ดที่ไปตกบนพื้นนาที่แห้งแล้ง มีแต่กรวดกับทรายและขาดน้ำ ก็จะแห้งเน่าเหี่ยวหรือเฉาตายไป หรือไม่งอกเงยเสียเลย

Hearken; Behold, there went out a sower to sow: And it came to pass, as he sowed, some fell by the way side, and the birds of the air came and devoured it up. And some fell on stony ground, where it had not much earth; and immediately it sprang up, because it had no depth of earth: But when the sun was up, it was scorched; and because it had no root, it withered away. And some fell among thorns, the thorns grew up, and choked it, and it yielded no fruit.

 And other fell on good ground, did yield fruit that sprang up and increased; and brought forth, some thirty, and some sixty, some an hundred. He said unto them, He that has ears to hear, let him hear. — Mark 4:3-9

๒. รักษาศีล หรือ สีลมัย  

คำว่า ศีล หมายถึง ข้อบัญญัติทางพระศาสนา ที่กำหนดการปฏิบัติทางกายและวาจา  เช่น ศีล 5 ศีล 8 หรืออาจจะหมายถึงการรักษากายวาจาให้เรียบร้อย การรักษาศีล เป็นการฝึกฝนมิให้ไปเบียดเบียนผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็เป็นการลด ละ เลิกความชั่ว มุ่งให้กระทำความดี อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต มิให้ตกต่ำลง เป็นหนึ่งในการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผลบุญข้อนี้จะทำให้เรากลายเป็นคนเยือกเย็น สุขุมด้วย

Thou shalt not kill
Thou shalt not commit adultery
Thou shalt not steal
Thou shalt not bear false witness against thy neighbour


ศีลทั้งหลายของทุกศาสนาก็คล้ายคลึงกัน ใน 10 Commandments มีศีลสำคัญ 4 ข้อ 1. ไม่ฆ่า 2. ไม่ประพฤติผิดในกาม 3. ไม่โขมย 4. ไม่โกหก แม้ในพุทธศาสนาก็มี 4 ข้อเหมือนกัน แต่เพิ่มข้อ 5 เพราะเห็นโทษในการเมา แม้ในศาสนาอิสลามก็ห้ามเหมือนๆกัน ทุกศาสนาห้ามทำชั่วเหมือนกันหมด

๓. เจริญภาวนา หรือภาวนามัย

เป็นการทำบุญอีกรูปแบบ ที่มุ่งพัฒนาจิตใจและปัญญา ทำให้จิตใจสงบ เห็นคุณค่าสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง ซึ่งในข้อนี้หลายคนอาจจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น นั่งสมาธิ วิปัสสนา แต่หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยากเกินกำลัง ดังนั้น อาจจะทำง่ายๆ ด้วยวิธีการสวดมนต์เป็นคาถาสั้นๆ บูชาพระที่เราเคารพบูชาก่อนนอนทุกคืน เช่น คาถาพระพุทธเจ้าชนะมาร คาถาหลวงปู่ทวด เป็นต้น การสวดมนต์เป็นประจำ อย่างน้อยก็เป็นการน้อมนำจิตใจของเรา ไปสู่สิ่งที่เป็นมงคลในชีวิต เป็นการเตือนสติให้เรายึดมั่นในการประพฤติปฏิบัติชอบ ตามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือ และผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดปัญญาแก่ผู้ปฏิบัติ

๔. การอ่อนน้อมถ่อมตน หรือ อปจายนมัย

หลายคนคงคิดไม่ถึงว่า การประพฤติตนเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน จะถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ ก็เพราะว่าการอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ว่าจะเป็นผู้น้อยประพฤติต่อผู้ใหญ่  และการที่ผู้ใหญ่แสดงตอบด้วยความเมตตา หรือการอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม รวมถึงการให้เกียรติ ให้ความเคารพต่อความคิด ความเชื่อ และวิถีปฏิบัติของบุคคล หรือสังคมอื่นที่แตกต่างจากเรานั้น เป็นการลดความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตนของเรา ช่วยให้สังคมทุกระดับเกิดความเข้าใจต่อกัน และช่วยให้ชาติบ้านเมืองเกิดความสงบสุข จึงถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง ผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดความเมตตาต่อกัน

๕. การช่วยขวนขวายทำในกิจที่ชอบ หรือไวยาวัจจมัย

พูดง่ายๆ ว่า เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่สังคมรอบข้าง ในการทำกิจกรรมความดีต่างๆ เช่น ช่วยพ่อแม่ค้าขายไม่นิ่งดูดาย ช่วยสอดส่องดูแลบ้านให้เพื่อนบ้าน ยามที่เขาต้องไปธุระต่างจังหวัด ช่วยงานเพื่อนที่ทำงานให้แล้วเสร็จทันเวลา ให้กำลังใจแก่เพื่อนที่มีความทุกข์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นบุญอีกแบบหนึ่ง และผลบุญในข้อนี้ก็จะช่วยให้เกิดความรักความสามัคคีขึ้นด้วย 

๖. การให้ผู้อื่นมาร่วมทำบุญกับเรา หรือ ปัตติทานมัย

กล่าวคือ ไม่ว่าจะทำบุญอะไร ก็เปิดโอกาสให้คนอื่นได้มาร่วมทำบุญด้วย ไม่ขี้เหนียว หรืองกบุญเพราะอยากได้บุญใหญ่ไว้คนเดียว เช่น จะทำบุญสร้างระฆัง ก็ให้คนอื่นได้ร่วมสร้างด้วย ไม่คิดจะทำเพียงคนเดียว เพราะคิดว่าทำบุญระฆัง จะได้กุศลกลายเป็นคนเด่นคนดัง เลยอยากดังเดี่ยว ไม่อยากให้ใครมาร่วมด้วย เป็นต้น นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้คนอื่นมาร่วมทำงาน  ร่วมแสดงความคิดเห็น รวมไปถึงการทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ถือเป็นการทำบุญในข้อนี้ด้วย ผลบุญดังกล่าว จะช่วยให้เราเป็นคนใจกว้าง และปราศจากอคติต่างๆ เพราะพร้อมเปิดใจรับผู้อื่น

๗. การอนุโมทนาส่วนบุญ หรือ ปัตตานุโมทนามัย

คือ การยอมรับหรือยินดีในการทำความดีหรือทำบุญของผู้อื่น  เมื่อใครไปทำบุญมาก็รู้สึกชื่นชมยินดีไปด้วย โดยไม่คิดอิจฉาหรือระแวงสงสัยในการทำความดีของผู้อื่น เช่น เพื่อนเดินทางไปสักการะสังเวชนียสถานมา ก็ร่วมอนุโมทนา ที่เขามีโอกาสได้ไปทำบุญ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่อิจฉาเขา แม้เราไม่ได้ไป ก็อย่าไปคิดอกุศลว่า เขาได้ไปเพราะชู้รักออกเงินให้ เป็นต้น  การไม่คิดในแง่ร้าย จะทำให้เรามีจิตใจไม่เศร้าหมอง แต่จะแช่มชื่นอยู่เสมอ เพราะได้ยินดีกับกุศลผลบุญต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แม้จะมิได้ทำเองโดยตรงก็ตาม

๘. การฟังธรรม หรือ ธรรมสวนมัย

การฟังธรรม จะทำให้เราได้ฟังเรื่องที่ดี มีประโยชน์ทั้งต่อสติปัญญา และการดำเนินชีวิต  ซึ่งการฟังธรรมนี้ ไม่จำเป็นต้องไปฟังที่วัด หรือจากพระท่านโดยตรง แต่อาจจะฟังจากเทป ซีดี หรือเป็นการฟังจากผู้รู้ต่างๆ และธรรมในที่นี้ ก็มิได้หมายถึงแต่เฉพาะหลักธรรม ในทางศาสนาเท่านั้น  แต่ยังหมายรวมไปถึงเรื่องจริง เรื่องดีๆ ที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้และปัญญา ผลบุญข้อนี้จะทำให้ผู้ฟังเกิดการรู้แจ้งเห็นจริงยิ่งขึ้น

๙. การแสดงธรรม หรือ ธรรมเทศนามัย

คือ การให้ธรรมะหรือ ข้อคิดที่ดีๆ แก่ผู้อื่น ด้วยการนำธรรมะหรือเรื่องดีๆ ที่เป็นประโยชน์ไปบอกต่อ หรือให้คำแนะนำให้เขาได้รู้จักวิธีการดำเนินชีวิตที่ดี เช่น สอนวิธีการทำงานให้  แนะหลักธรรมที่ดีที่เราได้ยินได้ฟังมา และปฏิบัติได้ผลแก่เพื่อนๆ  เป็นต้น ผลบุญในข้อนี้ นอกจากจะทำให้ผู้อื่นได้รับรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์แล้ว ยังทำให้ผู้บอกกล่าวได้รับการยกย่องสรรเสริญอีกด้วย

๑๐. การทำความเห็นให้ถูกต้อง เหมาะสม หรือ ทิฏฐุชุกรรม

คือ การไม่ถือทิฐิ  เอาแต่ความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่  แต่ให้รู้จักแก้ไข ปรับปรุงพัฒนาความคิดเห็น และความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ให้ถูกต้องตามธรรมอยู่เสมอ  หรือจะพูดง่ายๆ ว่า ให้คิดและประพฤติตนให้ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรมก็ได้ ซึ่งข้อนี้แม้จะเป็นข้อสุดท้ายแต่ก็สำคัญยิ่ง เพราะไม่ว่าจะทำบุญใดทั้ง 9 ข้อที่กล่าวมา หากมิได้ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม การทำบุญนั้นก็ไม่บริสุทธิ์ และให้ผลได้ไม่เต็มที่ ดังจะได้กล่าวถึงเกณฑ์การวัดบุญต่อไป

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่า ใครก็ตามแม้จะไม่มีโอกาส “ให้ทาน” อันเป็นการทำบุญที่ง่าย และเป็นรูปธรรมที่สุด แต่เราทุกคนก็สามารถเลือกทำบุญในลักษณะอื่นๆ ได้อีกถึง ๙ วิธี และเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก เช่น การอ่อนน้อมถ่อมตน การช่วยเหลือแนะนำน้องๆ ที่ทำงาน การไม่ถือทิฐิหรือดื้อหัวชนฝา การร่วมยินดีกับการทำบุญของเพื่อน เป็นต้น เพียงแค่นี้ก็เห็นผลทันตาแล้ว คือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้ผู้ใหญ่เมตตาต่อเรา การช่วยเหลือเพื่อนฝูงทำให้ไปไหนเพื่อนๆ ก็รักใคร่ ยินดีต้อนรับ  ดังนั้น เริ่มต้นทำ “บุญ” เมื่อใด บุญก็ส่งให้เห็น “ผล” เมื่อนั้น

รวบรวมเรียบเรียงจาก

อมรรัตน์ เทพกำปนาท กลุ่มประชาสัมพันธ์  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
การทำบุญ ทำทาน สร้างบุญบารมี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ ๑๙
วัดบวรนิเวศวิหาร
***สาระส่วนหนึ่งนำมาจากหนังสือ “ฉลาดทำบุญ” โดยเครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทย

ขออนุโมทนากับบทความของพี่หมออ้อย และขออนุโมทนากับสมาชิกทุกคนที่ช่วยบริจาคเงินสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมของมูลนิธิ ลุงได้สอนวิชาการใช้ Options ให้อย่างหมดเปลือกแล้วในวันนั้น สมาชิกได้เรียน Long Call, Married Put ฯลฯ ใน Bullish market ได้เรียน Long Put, Put BackSpread ฯลฯ ใน Bearish market และในยามที่ตลาด Sideway แต่ Bearish on Volatility ก็ได้เรียนการใช้ Iron Butterfly, Iron Condor, Long Call Ladder และ Long Put Ladder ในยามที่ตลาด Sideway แต่ Bullish on Volatility ก็ได้เรียนการใช้ Long Straddle, Long Strangle, Strip and Strap ฯลฯ ได้เรียนการใช้ Options เป็นเครื่องมือทำ Hedging ของ Futures positions, การใช้ Options ร่วมกับการซื้อทองคำแท่ง และการหากำไรจาก Options แบบตีหัวเข้าบ้าน ฯลฯ และที่สำคัญที่สุดคือวิธีการ ไม่ใช้ Options หวังว่าสมาชิกทุกคนคงจะรู้จัก Concept ของความพอเพียง อันเป็นหัวใจของการ Trade Options ตามที่ลุงสอนให้โดยละเอียด

นอกจากบทความการทำบุญในวันตรุษจีน พี่หมออ้อยยังมีบทความเรื่องการตักบาตรรออยู่อีก นับเป็นผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าหาความรู้เรื่องบุญจริงๆ เกิดชาติหน้าคงได้มาเป็นหมออีก ขอให้สวยกว่านี้ (คงยากเพราะสวยเกินอยู่แล้ว) เก่งกว่านี้ (เก่งกว่านี้คงเป็นไปได้ยาก) รวยกว่านี้ (เอาเท่าทักษิณเลย) และใจบุญมาคอยดูแลรักษาโรคอกหักให้แก่หนุ่มๆของชมรมพวกเราต่อไป

ฉลองบทความของพี่หมออ้อยด้วยอั่งเปาตรุษจีน การใช้ External trendline เส้นบน ลากจาก High ของแท่งที่ชึ้น ไม่ใช่ของแท่นที่ลง มายัง High ของแท่งต่อไป ต้งได้ 3 จุด เป็น Minimum จุดที่ 4 มักจะ Breakout (Up) เส้นล่างก็ลากจาก Low ของแท่งที่ลง ไปยัง Low ของแท่งต่อๆไปให้ได้กระทบอย่างน้อย 3 จุด จุดที่ 4 มักจะ Breakout (Down) จากรูปทำให้คาดเดาได้ว่าเป้าหมายการขึ้นครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ $1850 ขอให้โชคดีได้กำไรกันทุกคนนะครับ

Comments

ขอบคุณ ครับ คุณหมอ

ขอบคุณครับ
boyslaw's picture

ขอบพระคุณมากครับคุณหมออ้อย
nonova's picture

ขอบคุณครับ
Chaiyout's picture

ขอบคุณ คุณลุงโฉลก และคุณหมอด้วยครับ

เสียดายจังเลยครับ ไม่ได้อบรมเรื่อง option ด้วย ตอนแรกนึกว่าจะเปิดเป็นคอร์สใหม่ขึ้นมาซะอีก ไม่ทราบว่าจะทำเป็น DVD ไหมอ่ะครับ อยากมีความรู้เรื่องนี้มาก ขอบคุณครับ

รวยทรัพย์ รวยปัญญา รวยปารมีสัทธา รวยด้วยสัมมาอาชีวะ สัมมาทิฎฐิ สัมมาสมาธิ ทุกๆ คนเลยครับ มี Article ใน กรุงเทพธุรกิจ เกี่ยวกับคุณลุงโฉลกด้วยครับ http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/bizweek/20120124/431632/โฉลก-สัมพันธารักษ์---นักเทคนิคคัลที่-เซียน-เรียก-อาจารย์.html
pete's picture

สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ

ขอบพระคุณครับ...สาธุ

ขอบคุณครับ ^^

ขอบพระคุณครับ ^ ^

ขอบคุณคุณลุงโฉลก และ พี่หมออ้อย ค่ะ

ผมดีใจมากครับที่เห็นบทสัมภาษณ์คุณลุงในหนังสือพิมพ์ อาจารย์ผมดังใหญ่แล้ว

ขอบคุณค่ะ คุณลุง อ่านบทสัมภาษณ์แล้ว ยอดเยียมมากค่ะ
naamneanny's picture

ขอบพระคุณคุณลุง & พี่หมอค่ะ ;DDD
วัฒน์62's picture

ขอบพระคุณพี่หมออ้อยด้วยครับ

ขอบคุณครับพี่หมอ

ขอบคุณครับพี่หมอ
supakita's picture

ขอบพระคุณคุณลุง และพี่หมอด้วยครับ

thank you ka

ขอบคุณครับ

ขอบคุณค่ะคุณลุง&คุณหมอ

สาธุ จะปริ้นทางสร้างบุญทั้ง10ไว้อ่าน(เตือน)ตัวเองบ่อยๆค่ะคุณลุง

ขอบคุณครับ

ขอบคุณคุณลุงและคุณหมอที่ให้ความรู้ครับ